19/08/2018 6 เรื่องต้องระวัง ในการต่อเติมบ้าน

6 เรื่องต้องระวัง ในการต่อเติมบ้าน

ใครที่กำลังมีไอเดียจะ “ต่อเติมบ้าน” ฟังทางนี้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเก่า หรือบ้านใหม่ ก่อนที่เราจะต่อเติม เพิ่มพื้นที่ให้กับบ้าน ควรเรียนรู้เรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 6 ประเด็นตามนี้

1. รู้จักโครงสร้างบ้านของเราเอง
ก่อนจะรู้เรื่องอื่น เราต้องรู้จักเรื่องที่ใกล้ตัวเราที่สุดก่อนเลย นั่นก็คือ โครงสร้างบ้านของเราเอง โดยเฉพาะบ้านเก่ามากๆ สามารถที่จะต่อเติมจากโครงสร้างเดิมได้หรือไม่ หรือต้องแยกต่อเติม หรือแม้กระทั่งบ้านใหม่เอง ก็ควรจะรู้ว่าลักษณะบ้านแบบนี้ เสาเข็ม ผนัง สามารถที่จะต่อเติมได้หรือไม่ ซึ่งโครงการบ้านจัดสรรใหม่ๆ หลายโครงการในปัจจุบันที่ใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูป ไม่สามารถต่อเติมจากโครงสร้างเดิมได้ ถ้าต่อเติมจะมีผลให้ตัวบ้านหลักฉีกร้าวได้

สรุปก็คือ ถ้ามีแผนจะต่อเติมบ้าน ควรสำรวจบ้านตัวเองก่อน

2. เข้าใจธรรมชาติงานก่อสร้าง (แตกร้าว)
งานก่อสร้างทุกรูปแบบมีโอกาสที่จะเกิดการแตกร้าว ฉีกตัวออกจากกัน นี่คือธรรมชาติที่เจ้าของบ้านต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะการต่อเติมบ้านจากโครงสร้างเดิม ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแตกร้าว ผนังเก่า ผนังใหม่ ส่วนของผนังใหม่อาจะทำให้ผนังเก่าเสียหาย หรือสภาพเก่าของผนังเดิมมีผลกับภาพรวมการต่อเติม เมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของงานก่อสร้าง เราจะวางแผนการต่อเติมบ้านได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
นี่เป็นอีกหนึ่งข้อแนะนำในการต่อเติมบ้าน ก็คือ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น วิศวกร สถาปนิก ว่าลักษณะบ้านของเรา ควรต่อเติมหรือไม่ และจะต่อเติมในรูปแบบใดได้บ้าน ซึ่งเจ้าของบ้านหลายคนชอบที่จะเป็น “สถาปนึก” เสียเอง ก็มีความเสี่ยงที่งานต่อเติมนั้นๆ อาจจะไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัยได้ อาจจะยอมจ่ายเงินเพิ่มอีกเล็กน้อยในการจ้างผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษาให้ดีกว่าหมดเงินต่อเติมไปแล้วเสียหายในภายหลัง เรียกว่า อย่าเสียน้อย เสียยากกันดีกว่า ซึ่งการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นอกจากได้แนวทางในการต่อเติมบ้านที่ปลอดภัยแล้ว ยังดำเนินการต่างๆ ได้ถูกกฎหมายด้วย

4. รู้กฎหมาย
หลายคนที่มีไอเดียต่อเติมบ้าน ส่วนใหญ่ก็จะเริ่มเลย โดยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วการต่อเติมทุกอย่างจากสิ่งปลูกสร้างเดิม หรือแม้กระทั่งการรื้อถอนอาคาร แล้วก่อสร้างใหม่ เพื่อให้ถูกต้องก็ควรขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อน หรือศึกษากฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทั้งระยะร่น ระยะห่าง ต่างๆ เพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง เพราะกฎหมายต่างๆ ที่หน่วยงานภาครัฐกำหนดไว้ ก็เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้อยู่อาศัยเองและผู้ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งหากต่อเติมไปแล้ว เกิดปัญหาในระหว่างดำเนินการ หรือเกิดปัญหาภายหลังจะกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าของบ้านที่ต่อเติมได้

5. วางแผนงบประมาณ การจ่ายเงิน และจ้างรับเหมา
เมื่อได้ข้อสรุปที่จะต่อเติมบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าของบ้านควรวางแผนเรื่องงบประมาณ และการจ่ายเงิน ซึ่งอาจจะต้องหาผู้รับเหมาที่ไว้ใจและมีประวัติผลงานที่ดีก่อน (ไม่เบี้ยวงาน) แล้วก็หารือกับผู้รับเหมาถึงแผนที่เราจะต่อเติม งบประมาณที่มี เพื่อหาจุดที่ลงตัวระหว่างกันระหว่างแบบที่ต้องการต่อเติมกับงบประมาณ ซึ่งการวางแผนเรื่องงบประมาณไว้ล่วงหน้า จะช่วยไม่ให้งบประมาณบานปลายได้

อย่างไรก็ตาม การกำหนดงบประมาณ ก็ควรยืดหยุ่น เผื่อต้องจ่ายหน้างานเพิ่มเติม ดังนั้น นอกจากงบประมาณหลักแล้ว เรายังควรกำหนดงบประมาณสำรองไว้ด้วย

สำหรับการวางแผนการจ่ายเงิน หลังจากปรึกษาหารือกับผู้รับเหมาแล้ว ก็ควรกำหนดงวดงานพร้อมกัน และกำหนดการแบ่งจ่ายเงินตามงวดงาน พร้อมกับเขียนเป็นสัญญาว่าจ้าง เพื่อลดความเสี่ยงสูญเงินก้อนได้ และถูกเชิดเงิน

6. แจ้งเพื่อนบ้าน
ประเด็นนี้ ดูเผินๆ อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เอาเข้าจริง ก็เป็นเรื่องเล็กน้อยที่อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ กรณีที่เป็นหมู่บ้านใหม่ยังไม่มีเพื่อนบ้านก็อาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นบ้านเก่าที่มีเพื่อนบ้านทั้งซ้ายและขวาแล้ว ถ้าเราละเลย ไม่บอกไม่กล่าว อาจกลายเป็นปัญหาได้ เพราะการต่อเติมถึงโครงสร้างจะไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับบ้านของเพื่อนบ้าน แต่งานก่อสร้างย่อมมีผลกระทบกับพื้นที่รอบด้าน ทั้งฝุ่น กลิ่น เสียง จึงควรบอกกล่าวเพื่อนบ้านล่วงหน้าให้เตรียมพร้อมรับมือ พร้อมกับแจ้งระยะเวลาการต่อเติมคร่าวๆ ด้วย เช่น บอกคร่าวๆ ว่าจะทำอะไรบ้าง ใช้เวลาก่อสร้างต่อเติม 2 สัปดาห์ หรือ 1-2 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะขัดแย้งกันในระหว่างงานก่อสร้างได้

อ่านๆ แล้ว การต่อเติมบ้านอย่างถูกวิธี อาจจะดูยุ่งยากสักนิด แต่เชื่อเถอะว่า หากทำตามที่แนะนำข้างต้นจะทำให้บ้านของเราปลอดภัยและคุ้มค่าเม็ดเงินที่เสียไปทั้งหมด

ขอบคุณบทความจาก https://www.ddproperty.com